ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/11/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 21/09/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 9


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (9)
 เอนไซม์เจนิฟู้ด(GENUFOOD ENZYME)นายพลคนขอนแก่น
 ดีท็อกซ์ ตราพลคนขอนแก่น เครื่องดื่มผักผสมข้าวโอ๊ต





จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

โปรโมชั่น พิเศษสั่งซื้อเอนไซม์เจนิฟู้ด 1กล่อง แถมฟรีดีท็อกลำไส้และเอนไซม์เจนิฟู้ดหรือกาแฟเพื่อสุขภาพ,ซื้อ 3กล่อง แถมฟรีเอนไซม์ 1กล่องและดีท็อกลำไส้ ,6 กล่องฟรีเอนไซม์ 2 กล่องและดีท็อกลำไส้และของขวัญ ถ้าชื้อ10 กล่องราคาส่งพร้อมตัวแทนจำหน่ายค่ะ ทางทีมงานเอนไซม์เจนิฟู้ดพร้อมดูแลทุกท่าน ขอบคุณค่ะ
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เอนไซม์เจนิฟู้ด(GENUFOOD ENZYME)นายพลคนขอนแก่น >> เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น

เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น






  Tell a Friend
เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เอนไซม์เจนิฟู้ด Genufood เอนไซม์บำบัด 1กล่องขนาด60 ซอง เจนิวฟู้ด โครงการฟื้นฟูสุขภาพ นายพลคนขอนแก่น

รหัสสินค้า: 000001
ราคาปกติ 4,000.00 บาท
ราคาพิเศษ 2,800.00 บาท
ประหยัด 1,200.00 บาท
GENUFOOD เจนิฟู้ด เอนไซม์: genufood,เจนิฟู้ด,ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดย นายพลคนขอนแก่น
รายละเอียด:

เอนไซม์เจนิฟู้ด genufood ) เอนไซม์บำบัด เจนิฟู้ด เอนไซม์ โครงการฟื้นฟูสุขภาพ เอนไซม์นายพลคนขอนแก่น,ขายเอนไซม์,

รายการนายพลคนขอนแก่นโครงการฟื้นฟูสุขภาพด้วยเอนไซม์ทาง MVTV5 วันอาทิตย์ 15.00-16.00 Channel และ TCNN I, คลื่นวิทยุ AM 1251
สั่งซื้อสินค้าติดต่อฝ่ายขาย 089-928-9831,
ซื้อ 1 กล่องแถมฟรีดีท็อกซ์ลำไส้
โปรโมชั่นพิเศษสั่งซื้อ 1 กล่องขึ้นไปส่งถึงที่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
3 กล่องฟรี 1 กล่อง  และดีท็อกลำไส้
6 กล่องฟรี 3 กล่อง และดีท็อกลำไส้ 1 กล่อง
 10 กล่องขึ้นไปราคาตัวแทนจำหน่ายค่ะ
โทรสอบถาม : 089-9289831
รับสมัครตัวแทนจังหวัด และตัวแทนอำเภอ สนใจติดต่อด่วน
ต่างจังหวัดส่ง ทางไปรษณีย์ EMS , เก็บเงินปลายทาง , พนักงานจัดส่งถึงบ้านกรุงเทพปริมณฑล
1 กล่องมี 60 ซอง
เลขที่ อย.10-3-10838-1-0001
ผลิตภันฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ดคือพืชผักผสมชนิดผง

อาหารเสริมที่สกัดมาจากพืชหลายชนิด
อาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต
อาหารเสริมที่ใช้ในการโภชนบำบัดได้
คุณสมบัติสารอาหารในผลิตภัณฑ์พืชผักผสมชนิดผงตราเจนิฟู้ดมีสารอาหารที่แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆตามหน้าที่ที่สำคัญในร่างกายได้ดังนี้
1 370 เอนไซม์ชนิดช่วยฟื้นฟูเซลในร่างกายคืนสู่สภาพปกติ
2 ให้พลังงาน
คาร์โบไฮเดรต
ไขมัน
โปรตีน
3 เป็นของร่างกายส่วนประกอบ
เกลือแร่หรือธาตุต่างๆแร่
4 ควบคุมกระบวนการทางชีวเคมีร่างกายต่างๆใน
วิตามิน
คาร์โบไฮเดรต ( คาร์โบไฮเดรต ) ส่วนประกอบที่มีความสำคัญของเซลล์และเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเผาผลาญทำให้เกิดพลังงานภายในเซลล์นอกจากนั้นยังมีอาหารประเภทสารเส้นใยอาหาร ( ใยอาหาร ) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อร่างกายเป็น
เส้นใยอาหารในผลิตภัณฑ์ผักผสมพืช
ชนิดผงตราเจนิฟู้ดประกอบด้วย
1 เซลลูโลส ( Cellulose ) ขจัดสารพิษออกจากร่างกายช่วย
2 เฮมิเซลลูโลส ( เฮมิเซลลูโลส ) ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย
3 เพกติน ( เพคติน ) ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด
4 ลิกนินและแวกซ์ ( ลิกนินและ Wax ) ทำให้อุจจาระไม่แข็งท้องไม่ผูกลดการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
ไขมัน ( Lipid ) ไขมันในผลิตภัณฑ์พืชผักผสมชนิดผงตราเจนิฟู้ดจะเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวประกอบด้วยกรดไขมัน ได้แก่ ชนิด 3
1 กรดไขมันไลเลอิกโน
2 กรดไขมันเลอิกโอ
3 กรดไขมันไลโนกเลนิ
ประโยชน์ของกรดไขมันดังกล่าวคือให้พลังงานและช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันอัน ได้แก่ วิตามินเอวิตามินดีวิตามินอีและวิตามินเคช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดไขมันเป็นส่วนประกอบของอวัยวะต่างๆเช่นเลซิตินเป็นส่วนประกอบ ของเนื้อสมองกรดไลโนเลอิกทำให้ผิวหนังไม่อักเสบและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดทำให้ไม่มีไขมันเกาะผนังของหลอดเลือด
โปรตีน ( Protein ) อาหารโปรตีนประกอบด้วยหน่วยเล็ก ๆ เรียกว่าสาร ? อะกรดมิโน ? เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สิ่งมีชีวิตโปรตีนในเหยิน -- เบิ่นเป็นโปรตีนที่ได้มาจากพืชมีกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์กับร่างกายและมีกรดอะมิโนที่จำเป็น ( Essential Amino acid ) จำนวนมาก
 
เอมไซม์คือสารโปรตีนเป็นตัวเร่งการทำงานของระบบต่าง ๆ ในสิ่งมีชีวิตทำให้เซลล์เป็นล้าน ๆ เซลล์ , เนื้อเยื่อของเหลวและอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างปกติ
หากร่างกายขาดเอนไซม์หรือปริมาณเอนไซม์ลดลง
จะทำให้การทำงานของระบบต่าง ๆ เช่นการย่อยอาหารการขับถ่ายการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอการขจัดสารพิษของร่างกายระบบภูมิคุ้มกันระบบเลือดในร่างกายผิดปกติ
 
ของเอนไซม์หน้าที่
-- ช่วยย่อยอาหารเพื่อให้สารอาหารได้
-- ช่วยดูดซึมนำพาอาหารและ
-- ซ่อมแซมที่สึกหรอส่วน
-- ช่วยเผาผลาญพลังงานและสลายไขมันย่อย
-- ช่วยในการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของ
-- ช่วยป้องกันอาการติดเชื้ออักเสบ
-- ขจัดสารพิษของร่างกาย / ช่วยอนุมูลอิสระต้าน
-- ทำให้ฮอร์โมนวิตามินเกลือแร่และสารอื่น ๆ ทำงานตามคุณสมบัติ
กินไปมากเท่าไหร่ก็นำไปใช้ไม่ได้ถ้าเอนไซม์บกพร่อง
 
ของเอนไซม์คุณสมบัติ
-- เอนไซม์ที่ร่างกายต้องการมากกว่า 370 ชนิด
-- เอนไซม์ไม่อยู่ในรูปเฉื่อยชาเพียงผสมน้ำอุ่นก็พร้อมทำปฏิกิริยาทันที
-- ทำปฏิกิริยาได้ดีเป็น 3 เท่าที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส
-- สามารถเก็บรักษาได้นานแรมปีเป็น
-- มีสารอาหารครบ 5 หมู่
-- สารอาหารจากธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใดๆ
 
เอนไซม์ GENUFOOD
ช่วยแก้ปัญหาการทำงานผิดปกติของระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเช่น
-- ระบบหัวใจ / หลอดเลือดเช่นโรคหัวใจความดันโลหิตไขมันในเลือดสูง
-- ระบบทางเดินอาหารการขับถ่ายเช่นโรคกระเพาะโรคลำไส้อักเสบริดสีดวงทวารกระเพาะ / ลำไส้ท้องผูกอาหารไม่ย่อยโรคนิ่วถุงน้ำดีอักเสบโรคไตอักเสบ / ไตวายต่อมลูกหมากโต / มะเร็งโรคตับ
-- ระบบทางเดินหายใจ / ระบบภูมิคุ้มกันเช่นโรคไซนัสอักเสบหลอมลมอักเสบโรคภูมิแพ้หอบหืดโรคปอดไข้หวัดใหญ่โรคหัดต่าง ๆ ช่วยขจัดสารพิษเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
-- ระบบผิวหนังเช่นกลากเกลื้อนบำรุงผิวพรรณสิวผ้ารักษาจุดด่างดำผิวหนังอักเสบรักษาแผลสด / น้ำร้อนลวก / ไฟไหม้ / แผลในปากสะเก็ดเงิน
-- ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเช่นกล้ามเนื้ออักเสบโรคอัมพฤกษ์อัมพาตโปลิโอปวดเมื่อยลำตัว / ปวดหลังโรคเก๊าท์โรคกระดูกพรุน / กระดูกอักเสบไขข้ออักเสบ / รูมาติซึม
-- ระบบต่อมไร้ท่อเช่นโรคเบาหวานต่อมไทรอยต์อักเสบ
-- ระบบสืบพันธุ์เช่นความผิดปกติของประจำเดือนรักษาความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
-- ระบบสร้างเม็ดเลือดเช่นโรคโลหิตจางโรคลูคิเมีย
 
นอกจากนี้เอนไซม์ยังในการช่วย :
n ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหรือการเสื่อมสภาพของอวัยวะ
n ย่อยสลายส่วนเกินไขมัน
n ชลความชราอ
 
เอนไซม์เรื่องควรรู้ที่
เอนไซม์แบ่งชนิดเป็น 3
1 เอนไซม์จากอาหาร ( Food Enzyme ) พบในอาหารดิบทุกชนิดถ้ามากจากพืชเรียกว่าเอนไซม์จากพืชเอนไซม์พืช ( )
2 เอนไซม์ย่อยอาหาร ( เอนไซม์ย่อยอาหาร ) เป็นเอนไซม์ที่ผลิตโดยร่างกานส่วนใหญ่ผลิตจากตับอ่อนเพื่อใช้ย่อยและดูดซึมอาหารที่กินเข้าไปทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ( สารอาหาร ) ที่มีคุณค่า
3 เอนไซม์ในการเผาผลาญพลังงาน ( เมเอนไซม์ ) เมตาบอลิคเอนไซม์เป็นเอนไซม์ที่ผลิตในเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาชีวเคมีเพื่อการเผาผลาญสารอาหารและสร้างพลังงานสร้างภูมิต้านทานสร้างความเจริญเติบโต ตลอดจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ
 
หน้าที่ของเอนไซม์สำคัญ :
ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเอนไซม์เอนไซม์ย่อยอาหาร ( Food ) ให้เป็นสารอาหาร ( อาหารสาร ) ขนาดเล็กถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้ากระแสโลหิตไปสร้างกล้ามเนื้อผลิตฮอร์โมนสร้างระบบภูมิคุ้มกันฯลฯ
 
เอนไซม์ควรจะถือว่าสำคัญกว่าแก๊สออกซิเจนที่ใช้หายใจ
ชีวิตที่ปราศจากเอนไซม์จะไม่สามารถอยู่ได้ แต่อากาศหรือแก๊สออกซิเจนสำหรับหายใจสำคัญที่สุดต่อมนุษย์แท้ที่จริงเป็นความสำคัญในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะแก๊สออกซิเจนที่เราต้องใช้หายใจเกิดจากปฏิกิริยาเคมีในพืชใบเขียวซึ่งผลิตเอนไซม์เป็นตัวเร่ง โดยเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ให้เป็นแก๊สออกซิเจน ( O2) โดยมีแสงแดดเป็นตัวช่วย
 
ถ้าเอนไซม์ในร่างกายมีมากพอเพียง
มนุษย์จะถึงอายุยืน 120 ปีเพราะเซลล์ในร่างกายสามารถแบ่งตัวได้ตามกำหนดของโปรแกรมในนาฬิกาชีวิตถ้าเอนไซม์ในร่างกายมีระดับต่ำระดับเอนไซม์ (Low ) โอกาสที่จะป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ เกิดได้ง่ายมากหนังสือ ? ในเอนไซม์อาหาร ? ( Food Enzyme ) ว่า ? สุขภาพ ? ( Health ) คือปฏิกิริยาเคมีของเอนไซม์ที่บูรณาการ ( ผสมผสาน ) เข้าด้วยกันอย่างมีระบบจึงทำให้เซลล์ของร่างกายอำเนินไปอย่างปกติสุข
 
อายุมากขึ้นเอนไซม์ผลิตได้น้อยลงคุณภาพต่ำ
การขาดเอนไซม์ย่อยอาหารมีได้หลายสาเหตุ แต่การขาดชนิดเดียวที่ตับอ่อนไม่สามารถแก้ไขได้คือการขาดเอนไซม์เนื่องจากมีอายุมากขึ้นหนุ่มสาวอายุ 21-31 ปีมีเอนไซม์อไมเลสในน้ำลายมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ 69-100 ปีถึง 30 เท่าอายุมากขึ้นเอนไซม์ผลิตน้อยลงมาก แต่ความต้องการใช้ยังคงเหมือนเดิมการขาดแคลนเมื่ออายุมากขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกไม่ได้เลี่ยง
 
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเอนไซม์คือ
1 สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสร้างเอนไซม์ขึ้นมาใช้เองด้วยความสามารถในการผลิตที่แตกต่างกัน
2 เอนไซม์เป็นตัวเร่งในการย่อยอาหารให้สมบูรณ์ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพถ้าย่อยได้ไม่ดีถึงกินอาหารแสนดีก็ไม่เกิดประโยชน์ ๆ ทั้งสิ้นใด
3 เอนไซม์ควบคุมและเร่งปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดถ้าไม่มีเอนไซม์ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดช้าจนชีวิตไม่สามารถรอได้
4 เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัวและทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้นที่ถูกกำหนดเท่านั้นเอนไซม์ชนิดย่อยแห้งจะไม่ย่อยโปรตีนเอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะย่อยไม่แป้ง
5 เอนไซม์ถูกทำลายโดยง่ายที่ความร้อนสูงเกิน 118 องศาฟาเรนไฮต์หรือเอนไซม์มากเปราะบาง
6 การแช่แข็งไม่ทำลายความสามารถของเอนไซม์
7 การขาดเอนไซม์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไม่รักษาสุขภาพของตนเองบางกรณีเกิดจากปัญหากรรมพันธุ์
8 เอนไซม์ที่มีระดับต่ำระดับเอนไซม์ (Low ) ในร่างกายสัมพันธ์กับโรคของความเสื่อมต่างๆ ( ถ้าเอนไซม์ต่ำมากโรคแห่งความเสื่อมก็เกิดขึ้นมากตาม )
 
วิตามินหรือเกลือสำคัญ ๆ แร่
ถ้าไม่มีเอนไซม์วิตามินก็คือเศษผงธรรมดาเซลล์ทั้ง 60 ล้านล้านเซลล์ต้องใช้เอนไซม์เพื่อเร่งปฏิกิริยาเคมีถ้าไม่มีเอนไซม์ชีวิตจะดำรงอยู่ไม่ได้วิตามินเกลือแร่คือตัวร่วมกับเอนไซม์ Coenzyme ( ) โดยตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเอนไซม์ร่วมด้วยวิตามินเกลือแร่ก็เปล่าประโยชน์เอนไซม์เป็นผู้สร้างเซลล์สร้างอวัยวะสร้างร่างกายและสร้างชีวิต
 
เอนไซม์คือของชีวิตพลัง
เอนไซม์ชีวิตเป็นพลัง
ความสำคัญของเอนไซม์คือการสร้างเฮโมโกบิน ( เฮโมโกลบิน ) ในเม็ดเลือดแดงเพื่อนำออกซิเจนไปให้อวัยวะทั่วร่างกายคนจำนวนมากกระดูกเปราะบางจากการกินอาหารที่ขาดเอนไซม์ไม่สามารถนำแคลเซียมมาใช้ได้โปรตีนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกรดอะ มิโนเพราะไม่มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนและร่างกายอาจจะซ่อมแซมตนเองหรือป้องกันอันตรายอันเกิดจากเชื้อโรค
นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่สนใจในวิชาเอนไซม์เริ่มยอมรับว่าเมื่อก่อนเข้าใจผิดคิดว่าเอนไซม์ในร่างกายของเรามีจำนวนคงที่ตลอดเวลาและมีให้ใช้ไม่รู้จักหมด ( คงที่และสุดท้ายตลอดไป ) คิดเอาเองว่าสามารถมานำ ใช้แล้วใช้ได้อีกจนกระทั่งมีการวิจัยหลายครั้งโดยกลุ่มนักวิชาเคมีจึงรู้ว่าเอนไซม์ในร่างกายคนเรามีจำนวน จำกัด มีวันเสื่อมสภาพถ้าใช้มากก็หมดเปลืองเร็วถ้าเป็นโรงงานก็จะต้องหาแม่ปั๊มใหม่มาเปลี่ยน แต่ร่างกาย คนเราไม่สามารถหาแม่ปั๊มใหม่มาเปลี่ยนได้ชีวิตจึงสิ้นสภาพ
สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษดินที่ปราศจากเกลือแร่อาหารที่ปรุงสำเร็จการใช้ไมโครเวฟทำอาหารการทำงานหนักความเครียดเหล่านี้เป็นตัวทำให้เอนไซม์โคเอนไซม์บกพร่องทั้งในอาหารและในตัวเราเองเป็นอันตรายต่อสุขภาพชีวิตได้
การแก้ปัญหาซึ่งเส้นผมบังภูเขาง่านเหมือน ? เมื่อเสริมขาดอาหาร ? ด้วยการกินอาหารดิบและสดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ถ้าทำได้ยากวิธีแก้คือ ? เสริมกินเอนไซม์ ? ( To offset los นี้เราจำเป็นต้องเสริมกำลังชีวิตของเรากับเสริมเอนไซม์ในช่องปาก )
 
เอนไซม์ประโยชน์อะไรมี
น.พ. Edward Howell ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการรักษาโรคด้วยเอนไซม์กล่าวว่าเอนไซม์เกือบทุกตัวประกอบด้วยโปรตีนเกลือแร่วิตามินเอนไซม์เป็นโมเลกุลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเร่งขบวนการทางเคมีที่จำเป็นในการทำงานของร่างกายเอนไซม์จะทำงานร่วมกับวิตามินซึ่งทำ หน้าที่เป็นโค -- เอนไซม์และทำงานร่วมกับเกลือแร่ถ้าร่างกายขาดสารอาหารพวกนี้ก็จะขาดเอนไซม์ไปด้วยเอนไซม์ทำงานคล้ายกับกรรมกรก่อสร้างร่างกายถ้าร่างกายมีโปรตีนไขมันและคาร์โบไฮเดรตพร้อม แต่ไม่มีคนก่อสร้างพอก็ไม่สามารถเสริมสร้าง ร่างกายให้แข็งแรงได้ถ้าไม่มีเอนไซม์ก็จะไม่มีการย่อยอาหารไม่มีการเจริญเติบโตไม่มีการแข็งตัวของเลือดเวลาเลือดออกและไม่มีการหายใจเอนไซม์แต่ละตัวจะทำเฉพาะอย่างหน้าที่
ในภาวะปกติร่างกายสามารถผลิตเอนไซม์หลายพันชนิดตลอดเวลา แต่เวลาเราเจ็บป่วยหรือรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ร่างกายจะขาดวัตถุดิบที่จะนำมาสร้างเอนไซม์บางตัวทันทีนั่นคือสาเหตุที่ร่างกายอ่อนแออ่อนเพลียติดเชื้อมึนงงวิงเวียน
เอนไซม์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ คือเอนไซม์ย่อยอาหารและเอนไซม์ระบบทำงานร่างกายเอนไซม์ย่อยอาหารสร้างในร่างกายคนเราประมาณ 22 ชนิดทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลแป้งไขมันโปรตีนโดยเริ่มย่อยจากปากไปจนถึงลำไส้พืชและเนื้อสัตว์ที่เรารับประทาน ก็มีเอนไซม์ผสมอยู่ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้ก็จะทำงานร่วมกันกับเอนไซม์ที่ร่างกานสร้างขึ้น แต่เนื่องจากเอนไซม์สลายตัวตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อนอาหารที่เรารับประทานที่ปรุงสุกด้วยความร้อนสูงได้ทำลายเอนไซม์เมื่อเรารับประทาน อาหารเหล่านั้นเป็นประจำร่างกายต้องสร้างเอนไซม์อย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับอาหารที่เอนไซม์ตายแล้วทำให้กำลังสำรองที่จะไปสร้างเอนไซม์ระบบทำงานร่างกายมีน้อยลงตับอ่อนต้องทำงานหนักเพื่อสร้างเอนไซม์มากขึ้นถ้าตับอ่อนสร้างเอนไซม์ได้น้อย กว่าปริมาณอาหารที่กินเข้าไปอาหารบางส่วนก็จะไม่ถูกย่อยและบูดเน่าด้วยเชื้อจูลินทรีย์ในลำไส้แล้วปล่อยของเสีย ( พิษ ) เข้าสู่ระบบเลือดทำให้ตับต้องทำงานหนักในการสลายสารพิษเหล่านั้นถ้า สารพิษไม่ถูกขจัดออกหมดที่ตับร่างกายก็จะขับออกทางผิวหนังทำให้เกิดสิวและภูมิแพ้ต่างๆ
เอนไซม์อย่างประหยัดใช้
ธรรมชาติไม่ได้ให้เอนไซม์ฟุ่มเฟือยเอนไซม์ที่ผลิตขึ้นในร่างกายแต่ละคนมีจำนวน จำกัด ต้องช่วยตัวเองประหยัดเอนไซม์ให้มีใช้นานที่สุดถ้าต้องการมีอายุยาวและที่ดีสุขภาพ
                เอนไซม์ที่สำคัญ คือ เมตาบอลิค เอนไซม์ใช้ซ่อมแซม และสร้างเซลล์ต่านทานโรค ป้องกันความเสื่อมโทรม แต่กฎธรรมชาติให้ไว้ว่า ถ้าเอนไซม์ใช้ย่อยอาหารไม่เพียงพอร่างกายต้องดึงเมตาบอลิค เอนไซม์ในเซลล์ต่าง ๆ มาทำงานที่ต่ำชั้นกว่าคือ ย่อยอาหาร ทำให้ ?เมตาบอลิค เอนไซม์? หมดเปลือง พลังของชีวิต (Life Force) จึงบกพร่องและไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ง่าย การใช้เอนไซม์เสริมช่วยย่อยอาหารเป็นสิ่งจำเป็นเมื่ออายุมากขึ้น เพื่อประหยัดเมตาบอลิค เอนไซม์ การกินเอนไซม์เสริม และกินอาหารสดจะมีเอนไซม์พอใช้เมื่อแก่ตัวลง ความชราและโรคแห่งความเสื่อมทั้งหลายก็ไม่มากล้ำกลาย
 
ตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์
                การกินไข่ข่าวดิบ ๆ จะมีสารชื่อ อไวดิน (Avidin) เป็นตัวห้ามการทำงานของเอนไซม์ (Enzyme inhibitor) โดยจะเข้าไปเบียด และแซงโคเอนไซม์ (Coenzyme) ซึ่งเป็นวิตามินบี (ไบโอติน - Biotin) ทำ ให้ไม่สามารถจับกับเอนไซม์คู่ของมันได้ตามปกติ ผลก็คือ เกิดขาดวิตามินบีได้ ไข่ขาวดิบ ๆ จึงไม่ควรกินเป็นประจำ การลวดไข่จะทำให้อไวดินถูกทำลายด้วยความร้อนจึงปลอดภัยในการบริโภค
                การทำงานหนัก การออกกำลังกายมากเกินไป การออกกำลังกายระบบการเผาผลาญอาหารต้องทำงานเพิ่มขึ้น ถ้าแข่งกีฬาซึ่งต้องเอาแพ้ เอาชนะกัน ยิ่งต้องใช้พลังงานสูงมาก ย่อมหมดเปลืองเอนไซม์
                โลกมนุษย์ในยุคสารเคมีใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย หลังจาก ค.ศ.1930 เป็นต้นมา ได้มีการมีการมีการใช้สารเคมีเพื่อการอุตสาหกรรม การปฏิวัติทางเกษตรกรรม และการเร่งผลผลิตเพิ่มมาก ทั้งพืชและสัตว์จึงได้รับสารเคมีต่าง ๆ เข้ามาสะสมในตัวตั้งแต่ลืมตาดูโลก มนุษย์ได้สารเคมีปนเปื้อนผ่านมาทางวงจรอาหาร ทำให้เอนไซม์ในอาหาร และตัวคนเสื่อมคุณภาพ เกิดการขาดแคลนเอนไซม์ขึ้น พวกเราทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ (Polluted World) เอนไซม์ในร่างกายจึงขาดแคลน ปัญหาจะมีมาก ถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ซึ่งสมองกำลังพัฒนา
                มนุษย์สมัยใหม่มีรสนิยมในการกินของที่ผ่านการหุงต้ม (Cooked Food) มากกว่าอาหารดิบ (Raw Food) คนส่วนใหญ่พอใจที่จะกินอาหารที่ปรุงแต่ง อาหารที่อาบรังสี อาหารที่ใช้วิธีปิ้ง ย่าง มากกว่าอาหารดิบ เพราะชอบในความปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์ การที่เราปิ้งหรือย่างเนื้อสัตว์ทำให้เราสูญเสียเอนไซม์ในอาหาร และยิ่งถ้ามีอายุมากขึ้นเอนไซม์ในตัวเราก็ลดต่ำลง การย่อยโปรตีนจึงมีอุปสรรค ไม่ได้สารอาหารกรดอะมิโน (Amino Acid) ร่างกายจะขาดกรดอะมิโน ซึ่งจะนำมาใช้ในการผลิตเอนไซม์ของร่างกาย ดังนั้นผู้ที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป การใช้เอนไซม์เสริมจึงจะสร้างความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเอนไซม์
สภาพเมื่อขาดเอนไซม์
- รู้สึกเหนื่อยหลังจากกินอาหารมื้อหนัก
- อ่อนเพลียเป็นประจำ (Chronic Fatigue Syndrome)
- ท้องผูก ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ บางครั้งมีอาการจุกเสียด
- ลมแน่นท้อง ผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก มีกลิ่นปาก
- มีอาการของโรคภูมิแพ้ง่าย บางครั้งถึงขนาดหอบหืด
- เวลาเป็นแผลจะหายช้า
- น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย
อาการที่แพทย์ตรวจพบ (Sign) ว่าท่านกำลังขาดเอนไซม์
- ตับอ่อนบวม
- เม็ดโลหิตขาวเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติหลังกินอาหาร 30 นาที
- น้ำลายมีฤทธิ์เป็นกรด (pH ต่ำกว่า 7)
- ในปัสสาวะมีสารพิษมาก เกิดการอาหารไม่ย่อยจึงบูดเน่าในลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดซึมพร้อมกับนำเข้าไปในกระแสเลือด ตับและไตจะกรองสารพิษเอาไว้ และจะขับสารพิษนี้ออกทางปัสสาวะ
- ระดับเอนไซม์ต่ำกว่าปกติในเลือด
- ความดันโลหิตสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย
เหตุผลที่กินเอนไซม์เสริม
                จงทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย (Mark it Simple) นักปรัชญาท่านหนึ่งกล่าวว่า มุมมองที่สำคัญของชีวิตคือ จงมองทุกสิ่งที่ยากให้เป็นเรื่องง่าย และกฎข้อแรกคือ ?ถ้าจำเป็นแต่ไม่มี ก็หามา ถ้าไม่พอ ก็เอามาเสริม? ฟังดูธรรมดาดี ท่านจะนำไปใช้ในชีวิตจริงก็ไม่ผิดระเบียบอะไร
 
เอนไซม์เสริม
                ปู่ ย่า ตา ยายมีอายุยืนยาวอยู่กันมาได้ไม่ต้องกินอาหารเสริม หรือกินเอนไซม์เสริม ถือว่าโชคดี เพราะเกิดมาในขณะที่สิ่งแวดล้อมสะอาด อาหารสด ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง ไม่มีการเติมสารเคมีให้พืชผัก ถ้าเราไปอ่านรายงานสถิติชีพของกระทรวงสาธารณสุขย้อนหลังกลับไป จะพบว่าโรคหัวใจ เบาหวาน ข้ออักเสบ และมะเร็งในสมัยนั้น แทบจะไม่มีให้เห็น ซึ่งคำว่ามะเร็งในสมัยนั้น จะเป็นคำที่แปลกประหลาดไม่เคยได้ยินมาก่อน
                ในระยะแรก วิตามิน และเกลือแร่ มีเพียง 2 อย่างที่มีการมุ่งให้เป็นอาหารเสริมใน ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) Dr. Wolfe ชาวเยอรมันได้ค้นพบประโยชน์ และวิธีการใช้เอนไซม์ที่มาจากสัตว์ (Animal Enzyme) และในเวลาไล่เลี่ยกัน Dr. Howell ชาวอเมริกันได้ศึกษาประโยชน์ของเอนไซม์จากพืช ผลการศึกษา และวิจัยของทั้งสองท่านปูทางไปสู่การใช้เอนไซม์มาเป็นอาหารเสริมในปัจจุบัน (Enzyme Supplement)
                การวิจัยในปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ได้พิสูจน์ว่า ดี เอ็น เอ (DNA) ในเซลล์ของร่างกายเป็นผู้ควบคุมการผลิตเอนไซม์ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ เรามีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเอนไซม์ และถ้าเราแก่ตัวลงมาเมตาบอลิค เอนไซม์ก็จะผลิตได้น้อย เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แท้ที่จริงเกิดจากพื้นฐานของการขาดเอนไซม์ (Low Enzyme Level)
                วิชาเอนไซม์ (Enzymology) เป็นวิชาใหม่เอี่ยมเกิดขึ้นประมาณ พ.ศ. 2528 และการใช้เอนไซม์เสริม (Enzyme Supplement) เริ่มเป็นที่ยอมรับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพก็ราว พ.ศ. 2538 นี้เอง
 
เอนไซม์ กุญแจดอกสำคัญที่กำหนดชะตาชีวิตทั้งมวล
                ทุกชีวิตนับแต่เกิดจนตาย ทุกวินาทีดูดรับสารอาหารบำรุงที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ว่างเว้น พร้อมเสริมสร้างร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่หยุดยั้ง และทำลายเซลล์ที่เก่าแก่ (ของเสียเก่า ๆ) ออกไปจากร่างกาย การกระทำเช่นนี้เรียกว่า การขับถ่ายของเก่าออกไป และเสริมสร้างของใหม่ขึ้นมาแทนที่
                เอนไซม์เปี่ยมด้วยอานุภาพที่น่าทึ่ง อาหารทั้งหมดที่รับประทานเข้าไปนั้นล้วนอาศัยบทบาทการกระทำของเอนไซม์ในการย่อยสารอาหารที่สลับซับซ้อน ให้กลายเป็นสสารที่ละเอียดอ่อนก่อนที่จะดูดซึมเข้าไปในดลหิตได้ ดังนั้น ถ้าไม่มีเอนไซม์แม้จะกินอิ่มเพียงใดก็ไม่แคล้วจะต้องรับทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหารบำรุงร่างกายของคนเรา คือเรือนร่างที่ประกอบด้วยสารโปรตีน โรคทั้งหมดที่มีต่อร่างกายเรา ยำเว้นโรคกระดูก และฟันแล้วล้วนเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากเซลล์ที่เกิดจากสารโปรตีนทั้งสิ้น การป่วยเป็นโรคคือ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายชนิดหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปอย่างไม่ปกติแน่นอน เช่น การหลุดล่วงของเซลล์เก่า จะผลัดเปลี่ยนด้วยเซลล์ใหม่เสมอ กลุ่มเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงแล้วจะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเซลล์ใหม่จะเข้าแทนที่ เมื่อเป็นเช่นนี้ โรคทั้งหมดก็จะถูกขจัดไป
                โลกวิวัฒนาการตามความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ กุญแจดอกสำคัญที่ไขไปสู่ปริศนา ของบทบาททุกชีวิตเริ่มแจ่มชัดขึ้นนั่นคือ เอนไซม์
                เอนไซม์ แบบผสมที่ได้จาก พืชผัก ผลไม้นี้ มิเพียงสามารถปรับรักษาระบบการทำงานของอวัยวะ กระเพาะ ลำไส้ ตับ หัวใจ ปอดในร่างกายของเราเท่านั้น  เอนไซม์ชนิดนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ที่มีชีวิตอยู่มากยิ่งขึ้น และจะมีบทบาทในการละลายเซลล์ที่อยู่ในระยะเปลี่ยนแปลงของโรค (Pathological Change) ให้หมดไป
 
ท่านใดที่ควรใช้เอนไซม์
-  ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
-  ผู้ที่ภูมิต้านทานอ่อน และมักติดเชื้อง่าย เช่น วัณโรค โรคเอดส์
-  ผู้ป่วยก่อน ? หลังผ่าตัด
-  สตรีก่อน ? หลังคลอด
-  ผู้ที่มีประสิทธิภาพตับไม่ดี เหนื่อยง่าย เช่น ตับอักเสบ
-  ผู้ที่มีประสาทอ่อน ไม่ปกติ ตกใจง่าย เบื่ออาหาร
-  ผู้ที่มีกระเพาะลำไส้ไม่ดีแต่กำเนิด ทำให้ผอมแห้ง แรงน้อย
-  ผู้ที่การทำงานของประสาทไม่เต็มที่ มักสลึมสลือ กระปรกกระเปลี้ย
-  ผู้ที่มีร่างกายแก่ก่อนวัย เจ็บป่วยบ่อย
-  ผู้ที่มีอาการติดเชื้อแปลก ๆ ทำให้ร่างกายเจ็บออด ๆ แอด ๆ
-  ผู้ที่อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อโรคกรรมพันธุ์ เช่น มีญาติเป็นเบาหวาน  ปัญญาอ่อน โรคเลือด Thalassemia
 
วิธีการใช้เอนไซม์
                เอนไซม์ต้องดื่มขณะท้องว่าง การกินเอนไซม์เป็นอาหารเสริม เพื่อให้ทำลายโมเลกุลโปรตีนที่แปลกปลอมเข้ามาในเลือด ต้องดื่มเวลาท้องว่างคือ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมง หลังอาหาร  มิฉะนั้นจะหมดเปลืองไปจากการทำหน้าที่ย่อยอาหารเสียก่อน ถ้ากรณีมีอาหารอยู่ในกระเพาะจนไม่เข้ากระแสเลือดตามต้องการ
                การดื่มเอนไซม์เสริม จะเลือกวิธีใดแล้วแต่จุดประสงค์ของการใช้ จะดื่มเอนไซม์เสริมขนาดเท่าใด เมื่อไร ขึ้นอยู่กับสภาวะความรู้สึกไม่ค่อยสบายของท่าน ทางการแพทย์ถือว่า ?คนสองคนไม่เหมือนกัน? ถึงแม้จะทำโคลนนิ่งก็ตาม การบกพร่องของเอนไซม์แต่ละคนไม่เท่ากัน ขนาดของเอนไซม์ที่จะใช้เป็นอาหารเสริมจึงไม่สามารถกำหนดให้เป็นตัวเลขที่ตายตัวได้ โดยความเห็นของเภสัชกร จะกำหนดให้ดื่ม ครั้งละ 1-2 ซอง วันละ 3 ครั้ง จึงต้องสังเกตด้วยตัวท่านเองว่าดื่มเท่าใด จะเหมาะสมกับตนเอง อาการดีขึ้นหรืออาจลดขนาดลง และทุกครั้งที่ดื่มเอนไซม์ ต้องดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1 แก้ว
                เนื่องจากเอนไซม์รวมจากธรรมชาติ มีพลังการทำงานหลากหลาย การใช้เอนไซม์ชนิดเดียวกัน ก่อนหรือหลังอาหาร จะให้ผลการใช้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ใช้ควรทำความเข้าใจพื้นฐานของการใช้เอนไซม์
                สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เอนไซม์เพื่อแก้ปัญหาในระบบการย่อย และดูดซึมอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องผูก โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ควรดื่มเอนไซม์หลังอาหาร 30 นาที วันละ 2-4 ครั้ง
ผ่านการวิเคราะห์วิจัย ตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ได้ดีถึง คุณภาพและส่วนประกอบของสารอาหารที่ร่างกายได้รับ โดยมีผลวิเคราะห์จากสถาบันต่างๆ รับรอง ดังนี้

 สถาบัน
1 สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
2 กองโภชนาการ กรมอนามัย
3 กองยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โดยแบ่งตามผลการวิเคราะห์ออกเป็นดังนี้ ผลวิเคราะห์แร่ธาตุ ในผลิตภัณฑ์อาหารพืชผักผสม
ปริมาณตัวอย่าง 100 กรัม 
ฟอสฟอรัส
 186.93 มิลลิกรัม1
โปแตสเซียม
 453.31 มิลลิกรัม1
แมกนีเซียม
 87.19 มิลลิกรัม1
แคลเซียม
 161.0 มิลลิกรัม2
โซเดียม
 46.0 มิลลิกรัม2
เหล็ก
 6.62 มิลลิกรัม2
ไอโอดีน
 15.0 ไมโครกรัม3
1สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1497 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์ เลขที่บริการ SFC,SFT,SFM 748/41
2สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1482 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์ เลขที่บริการ SFC,SFM 747/41
3กองโภชนาการ กรมอนามัย ที่ สธ 0707.06/353 ลงวันที่ 29 กันยายน 2541

ผลวิเคราะห์วิตามิน ในผลิตภัณฑ์อาหารพืชผักผสม ปริมาณตัวอย่าง 100 กรัม
วิตามิน ซี  0.77 มิลลิกรัม1
วิตามิน บี 1(ไธอะมีน) 0.46 มิลลิกรัม2
วิตามิน บี 2(ไรโบฟลาวิน) 0.04 มิลลิกรัม2
วิตามิน บี 5 (ไนอะซีน) 0.94 มิลลิกรัม3
วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) 0.43 มิลลิกรัม1
1 สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1497 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์เลขที่บริการ SFC,SFT,SFM 748/41
2 สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1482 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์เลขที่บริการ SFC,SFM 747/41
3 กองโภชนาการ กรมอนามัย ที่ สธ 0707.06/352 ลงวันที่ 29 กันยายน 2541
ผลวิเคราะห์ อาหารพืชผักผสม
ปริมาณกรดอมิโนในตัวอย่าง 100 กรัม
โปรตีน  9.56 กรัม 
Tryptophane  72 มิลลิกรัม
Threonine  299 มิลลิกรัม 
Isoleucine  278 มิลลิกรัม 
Leucin  688 มิลลิกรัม 
Lysine  329 มิลลิกรัม 
Methionine  112 มิลลิกรัม 
Cystine  123 มิลลิกรัม 
Phenylalanine  354 มิลลิกรัม 
Tyrocine  234 มิลลิกรัม 
Valine  369 มิลลิกรัม
Arginine  285 มิลลิกรัม 
Histidine  192 มิลลิกรัม 
Alanine  569 มิลลิกรัม 
Aspartic Acid  1099 มิลลิกรัม
Glutamic Acid  1209 มิลลิกรัม
Glycine  329 มิลลิกรัม
Proline  576 มิลลิกรัม
Serine  395 มิลลิกรัม
โดย กองโภชนาการ กรมอนามัย ที่ สธ 0707.06/336 ลงวันที่ 11 กันยายน 2541
การตรวจสอบปริมาณกรดไขมันใน
 of Total fatty acid
-Caproic C6:0 0.00
-Caprylic C8:0 0.00
-Capric C10:0 0.89
-Lauric C12:0 0.14
-Myristic C14:0 0.30
-Pentadecanoic C15:0 0.00 
-Palmitic  C16:0 20.33
-Palmitoleic C16:1 0.19
-Stearic C18:0 3.53
-Oleic C18:1 24.78
-Linoleic C18:2 46.92
-Linolenic  C18:3 1.68 
-Octadecatetraenoic C18:4 0.00
-Arachidic C20:1 0.36
-Eicosapentaenoic C20:5 0.00
-Behenic C22:0 0.27
-Erucic C22:1 0.19
-Docosahexaenoi C22:6 0.00
- สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1497 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์เลขที่บริการ SFC,SFT, SFM 748/41 
ผลการตรวจวิเคราะห์ 
รายการตรวจวิเคราะห์
การตรวจเอกลักษณ์ ตรวจไม่พบ
Prednisolone Dexamethasone
สรุป ในตัวอย่างที่ได้รับตรวจ ไม่พบตัวยาปัจจุบันดังกล่าวผสมอยู่
กองยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0508/1891 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2541 ตามหมายเลขวิเคราะห์ที่ ยบ. 1691/41 
ผลการตรวจสอบและประเมินคุณค่าทางโภชนาการ (โดยการวิเคราะห์ตัวอย่างซึ่งเตรียมจากอาหาร 12 ชุด รวมกัน)
 ต่อ 100 กรัม 
พลังงาน
พลังงานจากไขมัน
ไขมันทั้งหมด
ไขมันอิ่มตัว
โคเลสเตอรอล
โปรตีน (N x 6.25)
คาร์โบไฮเครด
ใยอาหาร
น้ำตาล 377 กิโลแคลอรี
22 กิโลแคลอรี
2.5 กรัม
0.9 กรัม
0 มิลลิกรัม
8.5 กรัม
80.2 กรัม
17.7 กรัม
7.5 กรัม 
สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ทม 0821/1482 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2541 ตามรายงานผลการวิเคราะห์เลขที่บริการ SFC,SFM 747/41
 

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
ปฏิทินข่าวสาร
แจ้งการชำระเงิน









© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.